The News Diamond [The 21st century newsroom]

ขอขอบคุณภาพจาก onlinejournalism.com

เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตทาให้เกิดลักษณะของการทำข่าวในรูปแบบออนไลน์ซึ่งเรียกว่า Online Journalism การทางานของผู้สื่อข่าวออนไลน์ หรือผู้สื่อข่าวที่ต้องบูรณาการเทคโนโลยีสื่อออนไลน์เข้ากับกระบวนการทาข่าว มีลักษณะการทางานเฉพาะที่เพิ่มขึ้นจากสื่อดั้งเดิม Deuze (2003) อธิบายว่าผู้สื่อข่าวที่ใช้สื่อออนไลน์ต้องเลือกตัดสินใจการใช้สื่อที่แตกต่างให้เหมาะสมกับ

เนื้อหาที่จะนำเสนอ (multimediality) ต้องคำนึงถึงช่องทางเครื่องมือที่จะทาให้มีการโต้ตอบกับ ผู้รับสารและมีเครื่องมือให้ผู้รับสารสามารถเลือกรับข่าวสารในรูปแบบที่ต้องการได้ (interactivity) และต้องคำนึงถึงการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวไปสู่ประเด็นหรือฐานข้อมูลอื่นๆ ผ่าน Hyperlink
Paul Bradshaw (2007) บอกว่า กระบวนการทาข่าวแบบใหม่นี้ต้องให้ความสำคัญใน 2 มิติคือ มิติเร็ว และ มิติความลึก ซึ่งเป็นศักยภาพ 2 ส่วนของสื่อออนไลน์ที่ควรถูกนามาใช้ให้เป็น ประโยชน์ โดยเสนอการทางานของกองบรรณาธิการให้มีการใช้สื่อ ดั้งเดิมร่วมกับสื่อออนไลน์เพื่อทาให้ สามารถรายงานข่าวได้ทั้งในมิติลึก (Depth) และ มิติของความเร็ว (Speed) โดยแบ่งออกเป็น6ขั้นตอน


ถ้าจะกล่าวให้ชัดเจนก็คือ The news diamond เป็นการทำข่าวในยุคศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง ดั่งภาพที่แสดงในวงกลมการหลอมรวมพวกนี้ มันจะมีจุดที่มันเชื่อมกันตามวงต่างๆ และจุดที่เป็นของทุกวงถึงกันคือตรงกลาง เราต้องหาคำตอบให้ได้ว่ามันคืออะไร วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อ media landscape เปลี่ยน การสื่อสารเปลี่ยน web1.0>web2.0>web3.0 เครื่องมือ tool journalist ที่ได้กล่าวไปแล้วจะเข้ามาเกี่ยวข้องทันที platformของเราจะถูกจัดไว้เป็น 5 ประเภทหลักๆในการทำงานบนโลกออนไลน์ เราต้องเข้าใจพื้นที่สาธารณะ ที่เปลี่ยนไป รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป ตอนนี้ย้อนกลับมาถามชาววารสารว่า เราจะปรับตัวอย่างไรเพื่ออยู่รอด ชาววารสารยุคใหม่ต้องมี multi skill ในการทำงานหรือเป็นดั่ง backpack journalist ที่ได้กล่าวไป กล่าวคือต้องทำงานข้ามหน้าที่ได้ รายงาน ตัดต่อ เป็นต้น

ขอขอบคุณภาพจาก staugustine.com

Alert = เมื่อก่อนจะทำข่าวมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเราจะ tweet หัวข้อข่าวหรือ lead อะไร เป็นการรายงานเหตุการณ์ทันที่เมื่อเกิดขึ้น ผ่านระบบออนไลน์เช่น SMS Twitter Facebook เพื่อเตือนและดึงความสนใจผู้รับสาร ให้เข้ามาติดตามข่าวสารนั้นๆ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของในข่าวนั้นๆ มันเป็นโอกาสดีที่เราจะแสดงความเป็นเจ้าของข่าวใหญ่ๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

Draft = มันยังเป็นข้อมูลหยาบไปที่จะเอาไปลง print กับ broadcast แต่มันสุดวิเศษสำหรับ blog ในขั้นตอนนี้เป็นการให้ข้อมูลสถานที่ ให้ชื่อรายละเอียดต่างๆไปอีกนิด เหมือนการเปิดรายการเตรียมรายงานสดสถานการณ์ที่เกิด
เป็นส่วนที่ต่อจากเมื่อเราแจ้งข่าวขึ้นโลกออนไลน์ไปแล้ว เพื่อให้ผู้ติดตามข่าวเบื้องต้นได้ติดตามข่าวต่อแบบ real time ทันที เมื่อเข้าไปอยู่ใน blog ผู้ที่ติดตาม blog เราก็จะมาคอมเม้นและบอกเล่ารายละเอียดต่างๆของข่าวนี้ เป็นการทำ sanction อีกทางเพื่อให้ได้ข้อมูลแปลกใหม่

Article/Package = ระหว่างการทำหน้าที่มิติเร็วและลึกของการทำการรายงานข่าวในการ นำข่าวกระจายไปตามช่องทางต่างๆ ทั้ง วิทยุ โทรทัศน์ กระดาษ ในกระบวนการนี้การบรรณาธิการจะตัดสินใจในการคัดเลือกข่าว และข้อมูลที่จะนำเสนอผลิตเป็นรายการข่าวหรือสกู๊ปข่าว โดยมีคุณค่าการผลิตที่มากขึ้นและความสมบูรณ์ของเนื้อหาตามประเด็นที่ต้องการจะนำเสนอ


ขอขอบคุณภาพจาก onlinejournalismblog.com

Context = เป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูลสนับสนุนอาจเป็น background และ environment ของเรื่องข้อมูลที่ต่อยอดของข่าวนั้นโดยอาศัยธรรมชาติของสื่อออนไลน์ ในการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆเข้าด้วยกันด้วย Hyperlinkเคยมีผู้ค้นคิดทฤษฏีการสื่อสารท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ความหมายของการสื่อสารนั้นไม่สามารถตีความได้ มันสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา เพราะต้องขึ้นอยู่กับบริบท (context) ด้วย”  โดยคร่าวๆอาจจะเป็นข้อมูลทั่วๆไปเช่นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกี่ครั้งแล้ว? เราจะเข้าไปรับรู้ข้อมูลเก่าอะไรได้บ้าง? เจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างไร ? ใครจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ? เป็นต้น ซึ่งทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับข่าวหนึ่งกว้างและหลายประเด็นมากขึ้น หลังจากรายงานเสร็จก็นำข้อมูลตรงนี้ไปขึ้นออนไลน์เพื่อหาเสียงตอบรับในขั้นต่อไป แต่ควรทราบว่า พอมาถึงขั้น context และขั้นต่อไป reflection 2ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของการทำ broad แล้วเพราะข้อมูลที่ลึกมากประเด็นส่วนมากต้องไปนั่งถกกันตามรายการต่างๆ

Analysis/Reflection = วิเคราะห์และสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับข่าว เกี่ยวกับข้อมูลเชิงลึกและผลกระทบที่สามารถไปทบ snow ball ต่อได้ทันที ความเห็นแบบทันท่วงทีของแหล่งต่างๆหรือชุมชนและบล็อกทั่วไป หรือจะมาจาก blog , forum ของนักข่าว สำนักข่าวรวบรวมข้อมูลจากผู้ทีได้รับและผู้รับผลกระทบ นำไปสู่การอภิปรายมุมมองที่แตกต่าง เมื่อรายงานไปแล้วเราก็เอาข้อมูลที่รายงานขึ้นโลกออนไลน์ ส่วนนี้สำคัญเรื่องการออกความคิดเห็นหรือลงมติโต้วาทีเรื่องปัญหาที่เกิด
(discussion or debate) บางที ทั้ง print และ broadcast จะดึงข้อมูลนี้ไปเข้าสู่วงการการผลิตเนื้อหา

Interactivity = การมีปฏิสัมพันธ์ ใช้การสื่อสารสองทาง (two-way communication) การมี feedback ความคิดเห็นของประชาชนหรือ เรื่องนี้ประชาชนให้ความเห็นอย่างไร ครอบคลุมเรื่องการแบ่งปันความคิดเห็น การแบ่งปันข้อมูล
การสร้างช่องทางความร่วมมือในการร่วมกันรายงานข่าว หรือหาข้อมูลข่าวระหว่างผู้สื่อข่าวและผู้รับข่าว เป็นข้อมูลที่เจาะลึกแบบ long-tail ขั้นตอนนี้อาจต้องใช้เวลาสักระยะในการผลิต แต่จะไม่สูญเปล่าเพราะมันได้รวม hypertext
video, audio, animation, database เข้าไว้ด้วยกัน หรือ forum อาจจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนลงความคิดเห็นและประสบการณ์ที่เคยมีเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ Wiki สามารถทำได้อย่างที่กล่าวมาแต่อีกช่องทางหนึ่งที่ดีก็คือ live chat ที่สามารถให้ผู้รับสารสนทนาตอบกลับได้แบบทันทีหรือง่ายๆคือการส่ง sms ตามรายการข่าวต่างๆ นั่นเอง

Customization = การสร้างเครื่องมือให้กับผู้รับสารเลือกข้อมูลได้ตามต้องการ ทั้งรูปแบบของเนื้อหา วิธีการรับสาร และเวลาในการรับสาร การเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แนะนำเนื้อหาเพื่อให้ค้นคว้าต่อ เป็นขั้นตอนสุดท้ายก็สมควรจะเป็นแบบอัตโนมัติ ให้ผู้รับสามารถเลือกอะไรก็ได้ที่ต้องการ นั่นแปลว่าเป็นการควบรวมกระบวนการผลิตกับ เพื่อเชื่อมโยงสู่ข้อมูลที่หลากหลายแต่สิ่งที่จำเป็นต้องเรียนรู้คือวัฒนธรรมของที่ต่างๆที่จะส่งผลต่อขั้นตอนนี้

ขอขอบคุณภาพจาก Gaurav Mishra

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s