ทดสอบลงพื้นที่ทำข่าว วิชา อาจารย์แดง

ข่าว คุณภาพชีวิตแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย

นักวิชาการชี้คุณภาพชีวิตแรงงานในไทยยังติดลบ เหตุรายได้ไม่พอรายจ่าย-หัวหน้าแคมป์แรงงานโต้ เงินเดือนแรงงานต่างด้าวยังมากกว่าคนไทยจบปริญญาตรี

IMG_9104

IMG_9212

สืบเนื่องจากกรณีนักวิชาการทีดีอาร์ไอ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนกุล เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 เปิดเผยถึงเรื่องคุณภาพชีวิตแรงงานไทยยังคงติดลบ โดยเมื่อเปรียบเทียบรายได้และรายจ่ายของกลุ่มแรงงานในประเทศไทย พบว่า ในภาพรวมรายได้ค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นดังที่ได้คาดหวังไว้  เนื่องจากรายได้ยังโตไม่ทันกับรายจ่าย และประเมินว่าในปีหน้า อาจมีแนวโน้มที่แย่ลงกว่านี้ทั้งภาระด้านหนี้สินของแรงงานและค่าแรงที่มีจำนวนน้อย ประกอบกับมติของ ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเสียงข้างมาก วิสามัญที่มีสมาชิก สนช.เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว มีสาระสำคัญ คือ การร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการพัฒนาฝีมือแรงงานการ เช่น การส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ การส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างโอกาสในสังคม การพัฒนาคุณภาพชีวิต การสนับสนุนคนไร้ที่พึ่งมีงานทำและมีที่พักอาศัย ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อคนต่างด้าว

นาย ประกาสิทธิ เสรีเชตะพงศ์ หัวหน้าแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้าง บริษัท ที.ที.เอส เอ็นจิเนียริ่ง 2004 จำกัด ชาวไทย อายุ 32 ปี
เปิดเผยถึงคุณภาพชีวิตของแรงงานและรายได้จากการทำงานของลูกจ้างก่อสร้างที่เป็นแรงงานต่างด้าวที่เกิดขึ้นในแคมป์ที่พักแรงงานก่อสร้างต่างด้าวของ บริษัท ที.ที.เอส เอ็นจิเนียริ่ง 2004 บริเวณใกล้กับวัดเสมียนนารีในแง่มุมที่น่าสนใจ
“คุณภาพชีวิตแรงงานในภาพรวมจากที่เคยเห็นมาถือว่าดีครับ มีกินมีใช้ไม่อดอยากกัน ค่าน้ำค่าไฟก็เสียแค่เดือนละ50บาทต่อหัว ส่วนค่าทำความสะอาดและสาธารณูปโภคต่างๆ ก็ไม่ต้องเสียเพราะจะหักกับหัวหน้าของแรงงาน ส่วนใหญ่พวกแรงงานหน้าใหม่ที่เข้ามาแรกเขาจะทำงานได้วันละ 270 บาทต่อวัน เมื่อรวมค่าทำโอทีแล้วตกออกมาก็ได้เดือนละ 10,000-12,000 บาท ซึ่งก็ต้องไต่เต้าระดับเงินเดือนขึ้นมาเรื่อยๆอาจใช้เวลา 5-6ปีในการแตะระดับเงินที่มากกว่าเก่า อย่างที่เยอะที่สุดที่ผมเคยเห็นมาก็ระดับหัวหน้าแรงงานได้วันละ 670บาท ตกออกมาต่อเดือนรวมโอทีก็เกิน 20,000บาท คิดง่ายๆเขาทำ10ปีก็จะมีเงินก้อนราว 2.5 ล้านบาทต่อคน ส่งเงินกลับบ้านได้หลายแสนบาท ทำให้มองว่าคุณภาพชีวิตแรงงานต่างด้าวที่นี่ยังดีกว่าคนไทยที่จบปริญญาตรีแล้วทำงานได้เงินไม่ถึงหลักหมื่นบาทอีกทั้งยังมีค่าไฟฟ้าค่าที่พักให้ต้องรับผิดชอบ ต่างกับชีวิตของแรงงานต่างด้าว อย่างไรก็ตาม พวกแรงงานต่างด้าวพวกนี้เขาขยันนะมาเพื่อทำงานมีงานอะไรก็เอาหมดตั้งใจเก็บเงิน อายุงานก็ไม่เท่ากันแต่เฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 7-8ปี ส่วนเรื่องสวัสดิการ โบนัสก็มีทุกปีต่อคนตกคนละ 4,000-7,000บาทแล้วแต่ระดับงาน “

นาย ประกาสิทธิ กล่าวต่อถึงการพยายามจัดการให้แรงงานในแคมป์ทุกคนมีบัตรสีม่วงคือบัตรผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๓๕ ผ่อนผันให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับ และมีประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ เรื่องการควบคุมผู้หลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่าที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย หลังวันที่ วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๑๙ ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานในการอยู่อาศัยรวมถึงการใช้แรงงานที่เป็นมาตรฐานสากล

“ผมพยายามทำให้ทุกคนที่นี่มีบัตรสีม่วงถูกต้องเพื่อให้เขาได้รับคุณภาพชีวิตที่ดี เช่นการไปไหนมาไหนได้ จะเช่ารถตู้รวมกลุ่มกันกลับประเทศก็ได้ การรักษาพยาบาลก็ไม่เสียเงินเลย แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพราะโรงพยาบาลที่ให้การรักษาของแรงงานที่นี่คือ โรงพยาบาล ธนรัตน์ธนบุรี อยู่แถวสวนยาม หรือจะไปโรงพยาบาลรัฐบาลแถวนี้ก็ได้เช่น โรงพยาบาล นพรัตน์ ก็จะเสียแค่30บาทค่ารักษาและค่ายา นอกจากนั้นชั่วโมงในการทำงานก็เป็นไปตามหลักสากลไม่มีการบังคับขู่เข็ญใช้แรงงานหรือให้ทำงานหนักแต่อย่างใด”

ส่วนกฎระเบียบในการอยู่อาศัยร่วมกันของแรงงานต่างด้าว นาย ประกาสิทธิ กล่าวว่า
ด้านระเบียบการอยู่อาศัยจะให้เข้าพัก2คนต่อ1ห้อง ไม่รวมผู้อาศัยเช่นลูกและภรรยา ทำให้บางห้องก็อยู่กันถึง5คน การเข้า-ออกไปทำงานจะมีรถมารับจากที่พักกระจายกันไปแต่ละไซด์งานในเวลา ตี5ครึ่ง การอยู่อาสัยให้ใช้ไฟ-น้ำได้ไม่จำกัดเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ50บาทต่อห้องส่วนต่างที่เหลือทางบริษัทจะดูแล แต่มีข้อห้ามในการใช้เตาแก๊ส อนุญาตให้ใช้ได้เพียงเตาไฟฟ้า ประชากรในแคมป์ก่อสร้างที่นี่ส่วนใหญ่ร้อยละ90เป็นต่างด้าวมีคนไทยแค่ส่วนเดียว ใช้สังคมแบบพึ่งพาช่วยกันดูแล เรื่องยาเสพติดหากรู้ว่าใครเสพจะทำการขับไล่ออกจากแคมป์ไปในส่วนของการพนันก็เช่นกัน ปัญหาอื่นๆที่พบบ่อยคือการดื่มสุราแล้วเสียงดัง ในปีหน้าที่นี่ต้องรื้อถอนมีกำหนดย้ายคนงานทั้งหมดภายในเดือนกุมภาพันธ์และเริ่มต้นรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในเดือนมิถุนายน

IMG_9123

ส่วนทางด้าน นายเอียร์ ไม่มีนามสกุล หัวหน้าคนงาน ชาวกัมพูชา อายุ 38 ปีกล่าวถึงประสบการณ์และรายได้ของการทำงานในฐานะหัวหน้าแรงงานก่อสร้างที่ทำงานร่วมกับลูกน้องมากว่า3ปีว่า

ชีวิตที่ประเทศไทยถือว่าดีมาก การเป็นหัวหน้าคนงานมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบคน หัวหน้าคนงานได้เงินวันละ 650 เฉลี่ยต่อเดือนรวมเงินค่าร่วงเวลาประมาณ 20,000 บาท ในประเทศนี้มีค่าแรงที่เยอะกว่ากัมพูชาและโอกาสก็เช่นกัน เนื่องจากในแต่ละปีสามารถหาเงินได้มากกว่า 200,000 บาท ทำให้สามารถส่งเงินกลับไปช่วยครอบครัวที่บ้านเกิดได้ ความฝันที่ชาวต่างด้าวทุกคนมีเมื่อมาทำงานคือเก็บเงินก้อนเพื่อกลับไปสร้างบ้านอยู่ที่บ้านเกิดกับครอบครัว ทำให้แรงงานต่างด้าวจะขยันทำงานมากส่วนใหญ่ทำกันไม่มีวันหยุด
ส่วนด้านคุณภาพชีวิตถือว่าดีมาก มีปัจจัย4พร้อมสำหรับการใช้ชีวิต เด็กก็มีโรงเรียนให้ศึกษา ค่าน้ำและค่าไฟฟ้าก็ไม่ต้องเสีย รวมถึงเมื่อเจ็บป่วยก็สามารถเข้ารับการรักษาแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เดินทางได้ทั่วประเทศ เข้า-ทำงาน10ปี สามารถเก็บเงินได้มากกว่า 2,000,000 บาท อีกทั้งค่าเงินของไทยยังมีมูลค่ามากกว่ากัมพูชา ทำให้ได้เปรียบในการใช้จ่ายเมื่ออยู่ในประเทศบ้านเกิด ไม่เคยมีความเครียดเนื่องจากห่างไกลบ้านเกิดเลยเพราะคนไทยมีอัธยาศัยดีทำให้ปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมได้อย่างรวดเร็วและมีความสุข

ส่วนด้านคุณภาพชีวิตของแรงงานภายในแคมป์ก่อสร้างนี้ นาย เอียร์ เปิดเผยว่า
ด้านสภาพสังคมที่นี่อยู่กันแบบพี่น้องพึ่งพาอาศัยกัน ยังไม่เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทถึงขั้นชกต่อยกันเลย ต่างคนต่างเข้ามาทำงานเข้าใจกันและกัน ในปัจจุบันคนไทยเริ่มเข้าใจต่างด้าวมากขึ้นไม่ดูถูกเหมือนเมือก่อน ด้านการก่อกวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มีให้เห็นมาตรวจบ้างก็เพื่อความปลอดภัย ด้านปัญหายาเสพติดเราก็คอยดูแลกันและกัน ยอมรับว่ามีคนใช้ยาเสพติดในช่วงที่ผ่านมาภายในแคมป์ก่อสร้าง แต่เมื่อมีคนรู้ว่าเสพยาเสพติดก็ได้ทำการขับไล่ออกจากชุมชนแห่งนี้ไป ด้านอาหารการกินก็ดีมีร้านค้าให้บริการถึงสามร้านมีทั้งอาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงกับข้าว โดยรวมแล้วมีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจ มีความมั่นคงทางฐานะ ครอบครัวมีความสุข สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ

IMG_9163

ในขณะที่ทางด้านลูกจ้างแรงงานที่ทำงานผ่านประสบการณ์จริง นาง วัน เบือน  อาชีพแรงงานก่อสร้าง ชาวกัมพูชา อายุ 31ปี กล่าวถึงคุณภาพชีวิตของแรงงานว่า
โดยส่วนตัวคิดว่าคุณภาพชีวิตที่ประเทศไทยนี้ดีมาก มีค่าแรงที่เยอะกว่ากัมพูชามีงานทำเยอะกว่า อยู่ที่นี่ค่าไฟค่าน้ำก็ฟรี ค่าที่พักก็ไม่ต้องเสีย สามารถส่งเงินกลับไปช่วยที่บ้านได้ด้วย ความต้องการสูงสุดในชีวิตคือทำงานเก็บเงินที่นี่แล้วกลับไปสร้างบ้านอยู่กับพ่อแม่ที่กัมพูชา

เมื่อถามถึงความรู้สึกที่ได้เข้ามาใช้ชีวิตในประเทศไทย นาง วัน กล่าวว่า
รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำอาชีพก่อสร้างมีเงินดีอาจดีกว่าคนไทยหลายๆคนด้วยซ้ำ มีค่าแรงที่แพงและสามารถส่งเงินกลับไปให้ที่บ้านได้ด้วย อยากอยู่ทำงานที่นี่ตลอดไปแต่ก็เป็นห่วงครอบครัวที่กัมพูชา อยากได้สัญชาติไทยเป็นคนไทย อย่างไรก็ตามสภาพที่เป็นอยู่ถือว่าดีแล้วแม้จะถือบัตรสีม่วงแต่ก็ได้รับสวัสดิการที่ครบถ้วนแม้ป่วยก็ไปโรงพยาบาลไม่เสียเงินค่ารักษา มีความสุขกับชีวิตในไทย ถ้าหากทำงานเก็บเงินได้มากพอกลับไปกัมพูชาสร้างบ้านสร้างเนื้อสร้างตัวได้อยากอยู่กับครอบครัวแล้วจะไม่กลับมาประเทศไทยอีก

ทางด้าน นาง โชติกานต์ ทองสัน แรงงาน ชาวไทย อายุ33ปี แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

“คุณภาพชีวิตที่นี่ดีมาก อยู่กันแบบพี่น้องเห็นอกเห็นใจกัน ไม่มีปัญหา เราคนไทยน่าจะยอมรับเห็นใจกัน ถ้าไม่มีพวกแรงงานต่างด้าวเราก็สร้างประเทศไม่ได้ เขามาทำสิ่งก่อสร้างให้เราคนไทยไม่ค่อยมีใครยากทำอาชีพนี้หรอก ทุกคนก็พอใจกับสิทธิที่มีนะจากบัตรน่ะ ทำงานได้มีการคุ้มครองป่วยเข้าโรงพยาบาลก็เสียน้อยกว่าคนไทย เห็นแรงงานต่างด้าวเขามีความสุขกับชีวิตที่นี่ได้ทั้งโอกาสและเงินเดือน เคยถามเขานะชอบประเทศไทยเพราะอะไร เขาชอบที่คนไทยเป็นกันเองยิ้มง่ายพูดจาดี ไม่เหยียดหยามดูถูกเขาเราก็อยู่ร่วมกันได้ ด้านสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิตก็ดีเพราะปลอดภัยมีครูเข้ามาดูแลเด็กๆ เวลาที่พ่อแม่ออกไปทำงานก่อสร้างในช่วงเวลากลางวัน”

จำนวนแรงงานในอนาคตถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญโดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ สินค้า บริการ และการลงทุนได้อย่างเสรีนั้นในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนแรงงานที่ถูกกว่า ขณะเดียวกันประเทศไทยต้องมีการรับประกันคุณภาพชีวิตของแรงงานเพื่อที่จะดึงดูดแรงานให้เข้ามาขับเคลื่อนสิ่งก่อสร้างในประเทศไทยเพราะปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนจำนวนแรงงานจนเป็นเรื่องที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติให้ความสนใจเนื่องจากคนไทยมีค่านิยมปฏิเสธที่จะทำงานประเภทนี้

IMG_9232

สัมภาษณ์พิเศษ

เปิดใจห้องครัวของชุมชนแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้าง

ถ้าปัจจัยสี่เปรียบดั่งสิ่งที่สำคัญในการดำรงชีพ แล้วจึงทำให้เรื่องอาหารการกินในชุมชนเป็นเรื่องที่น่าสนใจโดยเฉพาะในแคมป์ที่พักของแรงงานต่างด้าวที่รับเหมาก่อสร้างซึ่งอาศัยอยู่รวมกันเป็นชุมชนตู้คอนเทนเนอร์เล็กๆบริเวณใกล้กับวัดเสมียนนารีในการเรียนรู้วิถีชีวิตรวมทั้งอุปนิสัยผ่านการกินอาหารของพวกเขาในแต่ละวัน

Q : มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมถึงเลือกเปิดร้านก่อขายของในแคมป์คนงานก่อสร้าง ?
A:ก็เปิดมาตั้งเเต่แรกเพราะพ่อหนูเป็นผู้รับเหมาก็เลยเปิดให้สร้างร้านค้าในค่ายก็เปิดร้านขายของเป็นครั้งแรกในชีวิตเพราะพ่อบอกไม่อยากให้อยู่เฉยๆเปิดเป็นร้านที่3 ทั้งหมดในนี้ก็มีแค่3ร้านจ่ะ

Q : วิถีชีวิตการกินของคนที่นี่เป็นอย่างไร ?
A:วิถีชีวิตคนที่นี่ง่ายๆมีอะไรก็กินแบบนั้น หนูก็ขายตามอารมณ์ส่วนใหญ่คนงานเขาชอบซื้อของสดไปทำกินกันเองในห้อง แต่ที่นี่ไม่ให้ใช้เตาแก๊สนะ ให้ใช้เตาไฟฟ้าเอง คนที่นี่เขาก็ซื้อกันมาใช้บางทีก็สั่งหมูกระทะที่มาส่งถึงที่มากินกันหลายคนเช้าเขาก็มาเก็บเตา

Q : ถ้ามองลึกลงไปในแต่ละมื้อล่ะ ?
A : มื้อเย็นเขาก็ซื้อตุนไว้เลยแล้วทำกินกันเผื่อมื้อเช้าเลยตี3ตี4เขาก็ตื่นมาทำกับข้าวกันแล้วบางคนก็ลงมาซื้อตอนเช้าขึ้นไปทำกินก่อนรถที่มารับไปไซด์งานจะมาถึงตอนตี5ครึ่ง ทำให้ร้านค้าที่นี่ก็ต้องเปิดตั้งแต่ก่อนตี4 ส่วนมื้อกลางวันก็กินที่ไซด์งานเลย มื้อกลางวันของเด็กๆที่นี่ครูเขาทำกับข้าวหุงข้าวเลี้ยงทุกวัน

Q : แล้วอะไรที่ขายดีที่สุด ? แล้วไปซื้อของเข้าร้านอย่างไร
A : ของที่หนูขายดีสุดคือพวกเครื่องดื่มจ่ะ น้ำอัดลมเบียร์โซดา พวกของสดก็ขายดีรองลงมาการซื้อของเข้าร้านก็ไปซื้อที่ตลาดใกล้ๆที่นี่ขับรถกระบะไป บางทีก็ไปทุกวันบางทีก็ไปสองวันครั้ง ส่วนเด็กที่นี่ชอบซื้อขนมเป็นห่อๆกินกันห่อละ 5บาทบ้าง 2บาทบ้างน้ำอัดลมก็มีกินบ้างแต่ไม่เยอะ ขายดีอีกอย่างก็พวกอาหารสำเร็จรูป กับข้าว แกงต่างๆ เขาจะซื้อไปกินกับข้าวที่หุงเองในห้องพักประหยัดเงินและเวลาไปอีกแบบ

Q : มีการติดไว้ก่อนแล้วรอจ่ายเป็นรอบๆไหม ?
A : การซื้อของของคนในนี้มี2แบบเงินสดกับเงินเซ็น ถ้าเป็นเงินเซ็นก็คนหนึ่งเซ็นกับร้านได้แค่ร้านเดียวร้านใครร้านมัน การจ่ายเงินก็15วันจ่าย1ครั้ง เราก็จะทำบัญชีชื่อแต่ละคนไว้ดูยอดเงินตลอดอีกอย่างคือเงินสดเขาจะซื้ออะไรก็ได้ บางคนก็ไปซื้อรถกับข้าวที่เข้ามาในนี้ทุกเย็น บางคนซื้อข้าวแกงสำเร็จแถวไซด์ก่อสร้างกลับมากินทีเดียวเลยช่วงกลางวันก็มีรถขายของเข้ามาบ้างที่มาบ่อยคือไอติมตักกับชานมไข่มุก เด็กๆที่นี่ชอบกิน

Q : แล้วเวลาที่ขายดีสุดล่ะ ?
A : ช่วงที่ร้านขายดีสุดก็ช่วงเย็นๆ หลังจากเขากลับจากทำงานแล้วก็จะมาซื้ออาหารกับข้าวไปกินในห้องพักหรือซื้ออาหารสดไปทำกับข้าวในห้อง ช่วงเช้าก็ขายดีนะบางวัน กลางวันเงียบหน่อยมีแต่แม่บ้านที่เป็นคนแก่แม่ลูกอ่อน ผู้หญิงเขาก็ออกทำงานกันหมดบางทีสามสี่ทุ่มยังมีคนมาเคาะขอซื้อเบียร์อยู่เลย

Q : รู้สึกอย่างไรที่เราเปรียบเหมือน 7-11 ให้คนที่อาศัยในชุมชนได้พึ่งพิง ?
A: หนูก็ภูมิใจนะที่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ เหมือนเราพึ่งพาอาศัยดันเขาก็ไม่ต้องลำบากไปซื้อหนูก็ได้เงินค่าขายของ ยังเป็นที่พึ่งให้เซ็นก่อนได้ไม่เหมือน7-11ต้องจ่ายเลยบางคนเขาก็มีเงินไม่พอต้องเลี้ยงลูกหลายคน
Q : นิสัยของเขาเป็นอย่างไรหากสังเกตจากการกิน ?
A :จริงๆแล้วแรงงานต่างด้าวนี่ประหยัดกว่าคนไทยจากที่เจอมา เขาไม่กินสุรุ่ยสุร่ายใช้แต่ของที่จำเป็นอย่างเช่นตอนทำกับข้าวเนี่ยเขาก็ใส่หมูน้อยใส่ผักเยอะจะได้ประหยัดเงิน เพราะคนพวกนี้เขาต้องเก็บเงินไปทำบัตรสีม่วงราคาค่อคนนี่14000 เลยนะต้องต่อบัตรทุก3เดือนด้วยเสียเงินอีกไม่งั้นไปไหนมาไหนไม่ได้โดนจับ

Q:  เคยคิดจะไปเปิดร้านที่อื่นที่ไม่ใช่ในแคมป์ที่พักก่อสร้างบ้างไหม ?
A : เปิดร้านที่นี่ดีกว่าเพราะเราไม่ต้องเหนื่อยขายไกล ที่นี่ค่าน้ำ-ค่าไฟก็ฟรีค่าที่ก็เสียน้อยอาศัยขยันขายหน่อยก็อยู่ได้แล้วการขายกำไรก็เรื่อยๆไม่เดือดร้อนจ่ะ

IMG_9149

Q: รู้สึกอย่างไรกับโรงเรียนที่มีในแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้าง ?
A: การมีโรงเรียนแบบนี้ก็ดีนะเด็กพวกนี้ได้เรียนภาษาไทยจำเป็นมากในการสื่อสารถ้าไม่รู้ภาษาจะซื้ออะไรกินก็ไม่ได้คุยกับใครไม่ได้ ไปไหนไม่ได้การรู้ภาษาช่วยลดปัญหาไปได้เยอะโรงเรียนทำให้เด็กอยากเรียนอยากพูดไทย สร้างความเอ็นระเบียบให้เด็ก ไม่งั้นเด็กๆน่าจะซนก่อกวนทั้งวันถ้าไม่มีโรงเรียน

Q: สุดท้ายหากที่นี่ต้องถูกรื้อไปจะทำอย่างไรต่อ ?
A : ถ้าหากแคมป์ต้องย้ายจะตามไปขายต่อที่ใหม่เพราะหนูก็ต้องย้ายตามพ่อไปที่ใหม่เหมือนแล้วเเต่เขาจะส่งไปที่ไหน เริ่มชอบการเปิดร้านขายของแล้วมีพี่สาวช่วยอีกคนเหนื่อยบ้างแต่ก็มีความสุข

นางสาว มธุรส ห้วยถ้ำ เจ้าของร้านขายของชำในแคมป์คนงาน อายุ 22 ปี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s